วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558


ต้น รางจืด

รางจืด

(unranked):
(unranked):
(unranked):
อันดับ:
วงศ์:
สกุล:
สปีชีส์:
T. laurifolia
Thunbergialaurifolia
Lindl.
ชื่อวิทยาศาสตร์  : Thunbergialaurifolia Linn.
ชื่อวงศ์ : Thunbergiaceae
ชื่อสามัญ :  Babbler's Bill Leaf.
ชื่ออื่นๆ : ยาเขียว เครือเขาเขียว กำลังช้างเผือก หนามแน่(เหนือ) ย่ำแย้(อุตรดิตถ์) น้ำนอง คาย(ยะลา) ดุเหว่า(ปัตตานี) รางเย็น ทิดพุด แอดแอ รางจืดเถา


















ลักษณะทั่วไป ::

ต้น       เป็นไม้เถาเลื้อยลำต้นหรือเถามีเนื้อแข็ง เถามีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม เลื้อยพาดไปตามกำแพงรั้ว แล้วจะทิ้งตัวห้อยเป็นระย้าลงสู่เบื้องล่าง

ใบ        รางจืดเป็นไม้ใบเดี่ยว ใบออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่เรียวยาว ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่ง โคนใบเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ หรืออาจจะเป็นหยักเล็กน้อย ใบเกลี้ยงไม่มีขน และใบที่อยู่ล่าง ๆ ก็มักจะใหญ่กว่าใบที่อยู่ถัดขึ้นไป           
                                          


ดอก        ดอกรูปปากแตร สีม่วง ในช่อหนึ่งมีดอกย่อย 3-4 ดอก สีม่วงอมฟ้า กลีบดอกมี 5 กลีบ ขนาดเท่าๆ กัน โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดใหญ่สั้นๆ กลีบกลมหรือรูปไข่กว้าง ขนาดประมาณ 2-4 เซนติเมตร ภายในหลอดกลีบมีสีครีมหรือเหลือง หลอดกลีบดอกยาว 3-5 เซนติเมตร บานออกช่วงปลายใบประดับสีเขียวประแดง กลีบรองดอกเป็นรูปถ้วย กลีบเลี้ยงรูปถ้วยขนาดเล็ก ขอบเกือบเรียบ มีต่อมน้ำต้อยตามขอบ เกสรเพศผู้ 4 อัน ติดที่โคนหลอดกลีบ แยกเป็น 2 คู่ ไม่ยื่นเลยปากหลอดกลีบดอก ก้านเกสรเพศผู้ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร อับเรณูยาวเท่าๆ ก้านเกสรเพศผู้ จานฐานดอกรูปเบาะสูงประมาณ 3 มิลลิเมตร รังไข่ รูปกรวย เกลี้ยง ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว ยาวกว่าเกสรเพศผู้ ยอดเกสรแผ่ออกคล้ายรูปแตร ก้านดอกยาว 1-3 เซนติเมตร ใบประดับย่อยหุ้มกลีบเลี้ยง รูปขอบขนาน ยาวได้ประมาณ 3 เซนติเมตร





 ผล        แบบแคปซูล รูปทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ปลายผลมีจะงอยแหลมคล้ายหัวนก ยาว 1.5-3 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียว พอแก่เป็นสีน้ำตาลเกือบดำแล้วแตกอ้าออกเป็น 2 ซีก เมล็ด 2 เมล็ดในแต่ละซีก เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป ตามชายป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
เถาอ่อนสีเขียว กลม เป็นข้อปล้อง เถาแก่สีน้ำตาล




 การปลูกและการขยายพันธุ์
                ปลูกโดยให้นำเอากิ่งที่ได้จากการปักชำ การตอน หรือต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด มาปลูกลงดิน
โดยให้ขุดหลุมปลูกมีความกว้างลึกประมาณ 1x1 ฟุต แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักประมาณ 1/4 ของ
หลุม กลบดินเล็กน้อย วางกิ่งปลูกหรือต้นกล้าลงกลางหลุม แล้วกลบดินให้แน่น รดน้ำตามให้ชุ่มควร
ปลูกริมรั้วหรือกำแพง เพื่อให้เถารางจืดสามารถยึดเกาะและเลื้อยพาดไปได้
การดูแลรักษา
แสง     ต้นรางจืดเป็นไม้ที่ต้องการแสงแดดปานกลาง คือ ไม่ต้องการแสงแดดที่จัดมากเกินไป หากมีเงาไม้
               อื่นมาบังบ้างก็ไม่เป็นไร
น้ำ        ต้องการน้ำปานกลาง ในระยะแรกปลูกต้องรดน้ำให้ดินมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อต้นโตแล้ว
               ให้รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้า

ดิน       
เป็นไม้ที่ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ไม่เลือกดินปลูก 
ปุ๋ย       ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ใส่บริเวณโคนต้นปีละ 2 ครั้ง โดยการพรวนดินโคนต้นให้ร่วนเสียก่อน
               จึงใส่ปุ๋ย แล้วรดน้ำตาม
สรรพคุณทางสมุนไพร
รากและเถา รับประทานเป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ
ใบและรากใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ ยาพอกบาดแผล ใช้สำหรับถอนพิษยาฆ่าแมลง สำหรับผู้ป่วยที่ดื่มยาฆ่าแมลงเข้าไปเป็นการบรรเทาอาการก่อนถึงโรงพยาบาล แก้พิษแอลกอฮอล์ บรรเทาอาการเมาค้าง บรรเทาอาการผื่นแพ้



(unranked):
(unranked):
(unranked):
อันดับ:
วงศ์:
สกุล:
สปีชีส์:
P. luteum
จันทร์กระจ่างฟ้า
จัดเป็นไม้เลื้อยเถาขนาดกลางมีอายุได้หลายปีที่มีการนำเข้ามาครั้งแรกจากประเทศฟิลิปินส์นิยมปลูกดอกจันทร์กระจ่างฟ้าเป็นไม้ประดับ  เพราะปลูกเลี้ยงง่าย ชอบแสงแดดจัด ออกดอกตลอดปี โดยสามารถออกดอกภายใน 1-2 เดือน  หลังจากเริ่มการปลูก
                 ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pentalinonluteum 
                 ชื่อวงศ์ : Apocynaceae
                 ชื่อสามัญ : Hammock viperstail; Wild allamanda
                 ชื่อพื้นเมือง : -
  §  ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้เลื้อย
  §  ขนาด [Size] : เถาขนาดกลาง
  §  สีดอก [Flower Color] : สีเหลือง
  §  ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Time] : ตลอดปี
  §  อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : เร็ว
  §  ลักษณะนิสัย [Habitat] :   ขึ้นได้ในดินทั่วไป
                    ·       ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง
                    ·       แสง [Light] : แดดเต็มวัน
§  ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้เถาเลื้อย เนื้อแข็ง อายุหลายปี กิ่งอ่อนสีเขียว และมีสีเเดงเรื่อ


ใบของดอกจันทร์กระจ่างฟ้า



o   ใบ (Foliage) :   ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 4-6 เซนติเมตร  ยาว 7-9 เซนติเมตร ปลายและโคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียวสดเป็นมัน


ดอกจันทร์กระจ่างฟ้า

o   ดอก (Flower) : สีเหลืองสด ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกรูปแตร โคนกลีบดอกเชื่อมเป็นหลอด ปลายแยก 5 แฉก รูปกลมซ้อนเกยกัน ดอกบานเต็มที่กว้าง 4-5 เซนติเมตร
§  การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ดอกสีเหลืองสะดุดตา ให้ดอกดก ปลูกขึ้นซุ้มขนาดเล็กหรือรั้วตัดแต่งเป็นพุ่มได้ ปลูกเลี้ยงง่าย
§  การขยายพันธุ์ : การปักชำ และ ตอนกิ่ง

ตัวอย่างที่ปลูกไว้ในโรงเรียน